Arowana Asia

 
 
 
 
 
 
You are here:: Home
 
 

ฟาร์มอโรวาน่า อันดับต้นๆของไทย BANGKOK AROWANA BREEDING FARM [ถูกใจกด ]

อีเมล พิมพ์ PDF

   

 

ความเป็นมา
ด้วยรักและความท้าทาย จุดเริ่มต้น BANGKOK AROWANA BREEDING FARM ประมาณปี 48 มีเพื่อนชาวไต้หวันที่มาอยู่ในเมืองไทย ได้ถูกเชิญไปรับตำแหน่งที่ประเทศจีน แต่เพื่อนผู้นี้ไม่สามารถที่จะนำพาปลา AROWANA ซึ่งเลี้ยงเอาไว้ 2 ตัว

(ทองมาเลย์และแดงอินโด) ไปที่ประเทศจีนได้ จึงได้มอบให้ผมเป็นผู้รับภาระดูแลต่อ พร้อมกับหนังสือเกี่ยวกับปลา AROWANA อีกจำนวนหนึ่ง ครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นปลา (แดงและทอง) ก็รู้สึกชื่นชอบและเริ่มหลงไหล นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่เคยรู้จักปลา AROWANA มาก่อนเลย

เมื่อได้ปลามาอยู่ในความดูแลแล้วก็เริ่มศึกษาจากหนังสือปลา ยิ่งอ่านก็ยิ่งเพลิดเพลิน มีอะไรที่ไม่เข้าใจ ก็จะโทรถามเพื่อนที่ประเทศจีน หรือ ไม่เพื่อนก็จะโทรมาถามเกี่ยว กับเรื่องปลาทั้ง 2 ตัว เพื่อนห่วงเพราะเป็นมือใหม่หัดเลี้ยง นานวันเข้าปลาที่เลี้ยงก็เริ่มซื้อเพิ่มมากขึ้น ตู้ปลาก็เริ่มมากขึ้น บ่อปูนก็เริ่มมีมากขึ้น ถึงขนาดมีโครงการจะทำบ่อปูนขนาดใหญ่ บนดาดฟ้าที่บ้าน แต่ไม่ได้ทำเพราะกลัวดาดฟ้ารับน้ำหนักไม่ไหว

ปี 50 มีผุ้ใหญ่ท่านหนึ่งพูดไว้ว่า ปลา AROWANA เป็นปลาที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำไมเราไม่คิดที่จะเพาะพันธุ์ ถ้าสำเร็จเราก็จะไม่ต้องเสียเงินตราให้กับต่างประเทศ นับว่าเป็นการช่วยประเทศชาติอีกทางหนึ่งด้วย คำพูดเพียงแค่นี้เองทำให้ผมมุ่งมั่นที่จะเริ่มเพาะพันธุ์และเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ ประกอบกับได้รู้จักกับ คุณไพโรจน์ และทีมงาน ซึ่งได้ช่วยคัดสรร พ่อ - แม่ พันธุ์ปลาทองมาเลย์ ทองอินโด และ แดงอินโดมาให้ ซึ่งผมขอขอบคุณ คุณไพโรจน์ และทีมงาน มา ณ ที่นี้ด้วย

ปี 51 เริ่มหาซื้อที่ดิน จุดแรกคือ ปทุมธานี - นครนายก เพราะมีแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ และมีน้ำตลอดทั้งปี ขับรถจากอ่อนนุช เช้าไปเย็นกลับ เกือบ 1 เดือน เริ่มเหนื่อยและเริ่มท้อ เพราะที่สวย น้ำดี ที่ดินแพงมากๆ ถ้าจะหาที่ดินถูกหน่อย การคมนาคมก็ไม่สะดวกและผมต้องขับรถทุกวัน เริ่มมีความรู้สึกว่าไกลเกินไป ที่จะต้องขับรถ เช้าไป - เย็นกลับ จุดที่สองคือ ราชบุรี เพราะว่า ราชบุรี คือแหล่งเพาะพันธุ์ปลาสวยงามที่ทุกคนรู้จัก ผมขับรถ ไป - กลับ เพื่อหาที่ดิน เพียงแค่อาทิตย์เดียวก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ไหวแล้ว สุดท้ายลองขับรถวิ่งทาง ถ.อ่อนนุช แปดริ้ว ไปเรื่อย ๆ ขับรถทุกวันแต่ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะว่าถนนทั้งสองข้างทาง มีต้นไม้และนาข้าวเขียวขจีไปหมด เริ่มรุ้สึกชอบและสดชื่น ที่ได้เห็นทิวทัศน์ตามเส้นทาง ผลสุดท้ายมาตกลงได้ที่ดินที่ ต.บางเตย อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ไกลจากบ้านที่อยู่ประมาณ 40 กม. ขับรถไป - กลับ ไม่เหนื่อย ราคาที่ดินก็ไม่แพงมาก จำนวน 11 ไร่ แต่แหล่งน้ำไม่ค่อยดี ในใจคิดว่า แล้วค่อยขุดเจาะน้ำบาดาลมาใช้ทดแทน

24 มีนา 51 ตกลงซื้อขายที่ดินเรียบร้อยหน้ากว้าง 60 เมตรติดถนนราดยาง ลึก 320 เมตร 3 ไร่ ด้านหน้าคือบ่อเลี้ยงกุ้ง พื้นที่ด้านหลังที่เหลือปลูกข้าวมีต้นข้าวสูงประมาณ 1 ฟุตเขียวขจีไปหมด คนโบราณว่าไว้ว่าห้ามทำลายพระแม่โพสพ ผมจึงรอให้เจ้าของเดิมเก็บเกี่ยวนาข้าวให้เรียบร้อยเสียก่อน
เดือนมิถุนา 51 เริ่มถมบ่อเลี้ยงกุ้งเดิมจำนวน 2 ไร่ เพื่อที่จะสร้างโรงเรือนพร้อมเป็นที่พักของพนักงาน ถัดจากโรงเรือนด้านขวามือ ขุดบ่อ 15 X 30 เมตร จำนวน 2 บ่อ ด้านซ้ายมือขุดบ่อเล็ก 10 X 20 ลึก 2 เมตร จำนวน 5 บ่อ ตรงกลางเป็นถนน 8 เมตร ปลายถนนขุดบ่อเก็บน้ำ 40 X 40 ลึก 7 เมตร เนื้อที่ด้านในสุดอีก 5 ไร่ ยังไม่ใช้ ช่วงเดือน 2 เดือนเป็นช่วงฤดูฝน งานก่อสร้างโรงเรือนและงานขุดบ่อ รวมทั้งงานรั้วล้อมรอบ ดำเนินไปได้ช้ามาก กว่าจะแล้วเสร็จ ก็เกือบสิ้นเดือนตุลาคม
 


ที่มา http://www.bangkokarowana.com/

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช